ตัวแทนกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต พัฒน์ชญา บุญพุฒ โทร. 091-419-6415
Close

ประกันโรคร้ายแรง “ไอชิลด์” iShield

ประกันโรคร้ายแรง “ไอชิลด์” iShield

“โรคร้ายแรง” แค่ฟังชื่อก็ว่าน่ากลัวแล้ว แต่ค่ารักษาโรคร้ายแรงนี่สิน่ากลัวยิ่งกว่า

เชื่อว่าคุณต้องเคยมีประสบการณ์ที่คนใกล้ตัวหรือคนรู้จักต้องเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง
ซึ่งคนที่ป่วยบางคนต้องใช้เงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิตจนหมดเพื่อมาใช้จ่ายเป็นค่ารักษา หรือบางคนต้องกู้หนี้ยืมสินเนื่องจากเงินมีไม่เพียงพอ ทำให้เรื่องราวเหล่านี้เป็นหนึ่งในความกังวลของชีวิตของเรา

แต่ชีวิตยังมีทางเลือก! เพราะว่าอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แค่วางแผนก่อนเพื่อเป็นอิสระจากความกังวลด้วยแบบประกันโรคร้ายแรง iShield (ไอชิลด์) ทางเลือกใหม่ที่จะช่วยปกป้องความสุขของคุณและครอบครัวจากภัยโรคร้ายแรง

วางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โรคร้ายแรงทำลายชีวิตคุณ เพราะโรคร้ายเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝันโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว และอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด หากไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือใด ๆ ไว้เลย ก็อาจทำให้ความสุขทั้งหมดของชีวิตต้องหยุดลง

 

รู้หรือไม่? ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคร้ายแรงในประเทศไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เราลองมาดูตัวอย่างค่ารักษากัน

 

โรคหัวใจ

  • การรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน 250,000 บาท
  • การผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ 340,000 บาท
  • การตรวจด้วยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ 150,000 บาท

 

โรคมะเร็ง

  • มะเร็งเต้านม เทคนิคการฉายรังสี 3 มิติ 215,600 บาท
  • มะเร็งปอด เทคนิคการฉายรังสี 3 มิติ 184,800 บาท
  • มะเร็งปากมดลูก เทคนิคการฉายรังสี 3 มิติ 220,000 บาท

ที่มา : แพ็กเกจการตรวจวินิจฉัยและการรักษาจากโรงพยาบาลชั้นนำ

ประกันโรคร้ายแรง iShield ดียังไง

เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้

มีให้เลือกทั้งแบบ 5 ปี , 10 ปี , 15 ปี และ 20 ปี

เบี้ยประกันคงที่ตลอดสัญญา

ไม่มีปรับเพิ่มเบี้ยประกันแม้อายุจะสูงขึ้น

คุ้มครอง 70 โรคร้ายแรง

โรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น 20 โรค
โรคร้ายแรงระยะรุนแรง 50 โรค

ตรวจเจอโรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น

รับเงินก้อน 25% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อโรค (สูงสุด 4 ครั้ง โดยไม่มีระยะเวลารอคอยระหว่างโรค)

ตรวจเจอโรคร้ายแรงระยะรุนแรง

รับเงินก้อน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือจำนวนที่เหลือเมื่อหักจากการเคลมระยะเริ่มต้น

กรณีเสียชีวิต

คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี รับเงินก้อน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือจำนวนที่เหลือเมื่อหักจากการเคลมระยะเริ่มต้น

กรณีอยู่ครบสัญญา

รับเงินก้อนตามทุนประกันที่ทำไว้ หรือจำนวนที่เหลือจากการเคลม เมื่อครบสัญญาตอนอายุ 85 ปี

เบี้ยประกันใช้ลดหย่อนภาษีได้

(ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)

70 โรคร้ายแรง

ที่ไอชิลด์คุ้มครองมีอะไรบ้าง?

ระยะเริ่มต้น 20 โรค

(จ่าย 25% ของทุนประกัน เคลมได้สูงสุด 4 ครั้ง)

  1. การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  2. การผ่าตัดเอาเนื้องอกต่อมใต้สมองออก
  3. การผ่าตัดตับ
  4. การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี่ โดยการทำคีย์โฮลล์
  5. โรคมะเร็งระยะไม่ลุกลาม
  6. โรคลูปัส หรือ โรคเอสแอลอีระยะรุนแรงปานกลาง
  7. แผลไหม้ฉกรรจ์ชนิดรุนแรงปานกลาง
  8. การปลูกถ่ายลำไส้เล็ก หรือการปลูกถ่ายกระจกตา
  9. โรคหลอดเลือดสมองที่ได้รับการรักษาโดยวิธีใส่สายสวนเส้นเลือดบริเวณคอเพื่อถ่างขยายหลอดเลือด
  10. โรคระบบประสาทมัลติเพิลสะเคลอโรสิสระยะแรก
  11. การผ่าตัดลิ้นหัวใจผ่านทางผิวหนัง
  12. การสวนหัวใจเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  13. โรคโปลิโอขั้นร้ายแรงปานกลาง
  14. โรคหนังแข็งชนิดลุกลามระยะแรก
  15. โรคหอบหืดรุนแรงเฉียบพลัน
  16. การผ่าตัดเล็กของเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า
  17. การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจถาวร
  18. เส้นประสาทตาฝ่อและความสามารถในการมองเห็นต่ำ
  19. โรคกล้ามเนื้อเสื่อมปานกลางถึงรุนแรง
  20. การผ่าตัดเอาปอดออกหนึ่งข้าง

ระยะรุนแรง 50 โรค

(จ่าย 100% ของทุนประกัน หรือจำนวนเงินที่เหลือจากการเคลมระยะเริ่มต้น)

  1. โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์
  2. โรคโลหิตจางจากไขกระดูกไม่สร้างเม็ดโลหิต
  3. โรคเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
  4. เนื้องอกในสมอง ชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง
  5. ตาบอด
  6. โรคมะเร็งระยะลุกลาม
  7. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ
  8. ตับวาย
  9. โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง / โรคปอดระยะสุดท้าย
  10. ภาวะโคม่า
  11. การผ่าตัดเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
  12. กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด
  13. การผ่าตัดลิ้นหัวใจโดยวิธีการเปิดหัวใจ
  14. ไตวายเรื้อรัง
  15. การสูญเสียการได้ยิน
  16. กลุ่มอาการไอเซนเมนเกอร์
  17. ภาวะลิ้นหัวใจติดเชื้อ
  18. การสูญเสียความสามารถในการพูด
  19. แผลไหม้ฉกรรจ์
  20. การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง
  21. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะหรือปลูกถ่ายไขกระดูก
  22. โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว
  23. โรคระบบประสาทมัลติเพิล สะเคลอโรสิส
  24. โรคกล้ามเนื้อเสื่อม
  25. โรคไวรัสตับอักเสบขั้นรุนแรง
  26. โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
  27. อัมพาตของกล้ามเนื้อแขนหรือขา
  28. โรคพาร์กินสัน
  29. โรคแรงดันในหลอดเลือดแดงปอดสูงแบบปฐมภูมิ
  30. ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง
  31. โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน
  32. การผ่าตัดเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า
  33. ไตอักเสบลูปูส จากโรคซิสเต็มมิค ลูปูส อิริเธมาโตซูส
  34. สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส
  35. โรคความบกพร่องในการทำงานของต่อมหมวกไตเรื้อรัง
  36. โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัด
  37. การฉีกขาดของรากประสาทต้นแขน
  38. โรคโปลิโอ
  39. การผ่าตัดกระดูกสันหลังคดที่ไม่ทราบสาเหตุ
  40. ภาวะตับอ่อนอักเสบที่กลับเป็นซ้ำและเรื้อรัง
  41. โรคเท้าช้าง
  42. โรคถุงน้ำในไต
  43. โรคเนื้อเยื่อพังผืดอักเสบติดเชื้อและเป็นเนื้อตาย
  44. โรคหนังแข็งชนิดลุกลาม
  45. โรคลำไส้อักเสบเป็นแผลรุนแรง
  46. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากวัณโรค
  47. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  48. การติดเชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เกิดจากการเปลี่ยนถ่ายเลือด
  49. โรคครอยตส์เฟลดต์-จาค็อบ
  50. อีโบล่า

เงื่อนไขการรับประกัน

อายุรับสมัครประกัน

iShield5 : 1 เดือน ถึง 52 ปี

iShield10 : 1 เดือน ถึง 51 ปี

iShield15 : 1 เดือน ถึง 56 ปี

iShield20 : 1 เดือน ถึง 52 ปี

จำนวนเงินเอาประกันภัย

100,000 – 5,000,000 บาท

กรณีที่บริษัทฯ จะไม่คุ้มครอง

  1. ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (Waiting Period) ประกันโรคร้ายแรง iShield จะไม่คุ้มครอง การเจ็บป่วยหรือความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นภายในระยะ เวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์
  2. ฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือตามการต่ออายุ หรือตามการกลับคืนสู่สถานะเดิม หรือวันที่บริษัทอนุมัติให้เพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัย ในเฉพาะส่วนที่เพิ่ม ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนของจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
  3. กรณีผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
  4. กรณีผู้เอาประกันภัยแถลงอายุคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องแท้จริง และบริษัทฯ พิสูจน์ได้ว่า ในขณะทำสัญญาประกันภัยอายุที่ถูกต้องแท้จริงอยู่นอกจำกัดอัตราเบี้ยประกันภัยตามทางค้าปกติของบริษัทฯ

ข้อควรรู้

  • กรณีไม่เปิดเผยความจริง หรือแถลงความเท็จ บริษัทจะบอกล้างสัญญาภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครอง หรือวันต่ออายุกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย หรือวันกลับคืนสู่สถานะเดิม
  • สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing Condition) หมายถึง สภาพใด ๆ หรือ ความเจ็บป่วยใด
    – ซึ่งสาเหตุที่เคยเป็น หรือกำลังเป็นอยู่
    – ซึ่งผู้เอาประกันภัยได้รู้อยู่แล้วถึงสัญญาณหรืออาการของสภาพนั้น หรือความเจ็บป่วยนั้น หรือ
    – ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีข้อสันนิษฐานถึงอาการของสภาพนั้น หรือความเจ็บป่วยนั้น หรือ
    – ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือการตรวจอื่นใดที่ได้แสดงให้เห็นแล้ว ถึงสภาพนั้นหรือความเจ็บป่วยนั้นที่มีก่อนวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญา หรือวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามการต่ออายุ (Reinstatement) ครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นหลังสุด
  • เอกสารการเรียกร้องสินไหม
    1. เอกสารเรียกร้องเคลม
    2. ใบรับรองแพทย์
    3. ผลชิ้นเนื้อและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

สอบถามเบี้ย | ขอแบบเสนอ

ให้ตัวแทนติดต่อกลับ

iShield
ตัวแทนกรุงไทยแอกซ่า
ตัวแทนกรุงไทย-แอกซ่า

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่อง ประกันโรคร้ายแรง โรคร้ายแรงคืออะไร แล้วมันต่างกับโรคธรรมดาตรงไหน?

คำว่าโรคร้ายแรงในเงื่อนไขของประกันชีวิตจะมีเงื่อนไขเยอะมาก ซึ่งพูดตรงๆแล้วเวลาอ่านกรมธรรม์ เชื่อว่าลูกค้าบางคนหรือว่าตัวแทนก็อ่านไม่หมดเพราะบางเรื่องเช่น คุ้มครองโรคร้ายแรง 40 ชนิด , 80 ชนิด , 130 ชนิด , 100 ชนิดมันเยอะไปหมดจนอ่านไม่ไหว แต่เงื่อนไขเหล่านี้ที่จะมาเป็นปัจจัยในการพิจารณาในการคิดเบี้ยประกันและจ่ายเงินให้กับคนที่เอาประกันสุขภาพโรคร้ายแรงเอาไว้

แล้วทำไมเราต้องทำประกันโรคร้ายแรง มีสวัสดิการแล้วจะกลัวอะไร โรคมะเร็ง โรคหัวใจ สวัสดิการสังคม สปสช. ก็รักษาให้ แล้วทำไมต้องทำประกัน

อันนี้แหละที่อยากจะบอกว่าจริงๆแล้ว ประกันโรคร้ายแรงที่แต่ละบริษัททำให้นั้น ส่วนใหญ่จะไม่จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล แล้วจ่ายเป็นอะไร ส่วนใหญ่จะจ่ายเป็นมูลค่าตามวงเงินคุ้มครองเช่น 1ล้านบาท 2ล้านบาท 3ล้านบาท แล้วแต่ทุนประกันที่คุณเลือก

แล้วประกันแบบนี้มีประโยชน์ยังไง? มีประโยชน์เพราะประกันจะจ่ายออกมาเป็นเงินสดตามมูลค่าที่เราได้ทำประกันไว้

ถามว่าถ้าตัวเราป่วยเป็นโรคร้ายแรงจะทำงานทำการได้ไหม? แล้วสิ่งที่ขาดหายไปคืออะไร “เงิน” ที่คุณทำงานเก็บเงินมาทั้งชีวิตหมด เพราะคุณทำงานไม่ได้ รายได้คุณไม่เกิด ไม่ว่าคุณจะทำงานประจำ ไม่ว่าคุณจะทำงานส่วนตัว หรือว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์ เพื่อนหนีหายไปหมดเพราะคุณป่วยแล้วคุณต้องรักษาตัว

เงินส่วนที่เราได้จากเคลมประกันโรคร้ายแรง จะไปทดแทนจำนวนเงินที่หายไป นี่แหละประโยชน์ของประกันโรคร้ายแรง ซึ่งก็ไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อนกันกับประกันสุขภาพที่คุณมี

ประกันสุขภาพที่คุณมี คุณก็ใช้ในรักษาโรคร้ายแรงได้ ไม่ว่าจะประกันธรรมดา ประกันแบบเหมาจ่าย ก็ใช้รักษาโรคร้ายแรงได้หมด เพียงแต่ว่าบางครั้งอาจจะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายนู่นนี่นั่นที่เสริมเพิ่มเติมเข้ามา เราก็นำเงินที่ได้จากการเคลมประกันโรคร้ายแรงไปใช้ได้

ถึงบอกว่าจะมีสองสิ่งที่คุณกังวล หนึ่งคือที่เราป่วยเนี่ยรักษาไม่ได้เลย สองค่าใช้จ่ายประจำที่เกิดขึ้นแต่ในละวัน แต่ละเดือน จะเอาที่ไหน ซวยซ้ำซ้อน อันนี้คือซวยสองชั้น ชั้นหนึ่งคือป่วย ชั้นสองคือเงินหมดไม่มีใช้ด้วยนี่แหละ เราถึงบอกว่าประกันโรคร้ายแรงจะมาจัดการส่วนนี้ให้คุณ

สำหรับรายละเอียดเรื่องประกันโรคร้ายแรง ก็จะมีเงื่อนไข 3 ข้อด้วยกัน

  1. ระยะเวลาการรอคอยของแต่ละโรคที่เราจะต้องเจอในกรมธรรม์ไม่เท่ากัน
  2. ก็คือระยะเวลาการเจ็บป่วยที่จะจ่ายเงิน มีระยะเริ่มต้น ระยะปานกลาง ระยะรุนแรง
  3. กลุ่มโรค หรือชนิดของโรคที่เป็น

นี่คือ 3 ส่วนที่จะนำมาประกอบในการพิจารณาคิดเบี้ยประกันกับคุณ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอบอกเลยว่าไม่มีใครที่จะรู้ว่าตัวเองจะป่วยเป็นโรคอะไร แต่คุณรู้ว่าจะป้องกันมันได้อย่างไร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า
error: ตัวแทนกรุงไทย-แอกซ่า พัฒน์ชญา บุญพุฒ 091-419-6415