ตัวแทนกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต พัฒน์ชญา บุญพุฒ โทร. 091-419-6415
Close

ประกันชีวิตแต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง?

ประกันชีวิตแต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง?

การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะทำ และการวางแผนการเงินที่ขาดไปไม่ได้เลยนั่นคือเรื่องของการโอนความเสี่ยง วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องประกัน โดยเฉพาะของประกันชีวิต ประกันชีวิตมีแบบไหนบ้างใคร เหมาะกับแบบไหน และแบบไหนทำอะไรได้บ้างเผื่อเพื่อน ๆ จะไปศึกษาเพิ่มเติมและนำเข้าไปไว้ในแผนการเงินของเพื่อน ๆทุกคน

 

ก่อนที่เราจะเริ่มอธิบายเรื่องของประกัน เพื่อน ๆ จะต้องเข้าใจอยู่สองคำพูดก่อน คำพูดที่หนึ่งก็คือคำว่าทุนประกันชีวิต ทุนประกันก็คือสิ่งที่บริษัทประกันจะให้เรา อย่างเช่นสมมุติว่าเพื่อน ๆ ไปซื้อประกัน แล้วเขาบอกว่ามีทุน 1,000,000 บาท นั่นก็แปลว่าถ้าเพื่อน ๆ เกิดเหตุอะไรขึ้นก็จะได้รับเงิน 1,000,000 บาท นั่นคือคำว่าทุนประกัน

 

สองก็คือเรื่องของเบี้ยประกัน คือสิ่งที่เพื่อน ๆ จะต้องจ่ายหรือว่าส่งให้กับทางบริษัทประกัน ทุนคือสิ่งที่เราจะได้รับเบี้ยคือสิ่งที่เราจะต้องจ่ายให้ไป เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาเริ่มกันที่หัวข้อของประกันชีวิต เรามาดูกันที่การจำแนกก่อนเลย การจำแนกถ้าเราแบ่งตามหลักของ คปพ. จะแบ่งประกันชีวิตออกเป็นสองประเภท ประเภทที่ 1 ก็คือประกันชีวิตแบบพื้นฐาน กับประเภทที่ 2 ประกันชีวิตแบบพิเศษนั่นเอง

 

ประกันชีวิตแบบพื้นฐานจะถูกแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ

  1. ก็คือประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาหรือเรียกกันว่า Term insurerance

    ประกันชั่วระยะเวลาก็จะมีให้เลือกหลายแบบมากเลย ไม่ว่าจะเป็นแบบ 1 ปี , 5 ปี , 10 ปี หรือแบบอื่นๆ บริษัทประกันจะจ่ายทุนให้กับผู้รับผลประโยชน์ของเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ภรรยา สามี หรือลูก บริษัทประกันจะเป็นผู้จ่ายให้เลยก็คือขอแค่อยู่ในระยะเวลาที่รับประกัน หรือว่าซื้อประกันตัวนั้นเพื่อนๆก็จะได้รับสิทธิ์นี้ทันที แต่ว่าประกันแบบนี้เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดอย่างเช่น สมมุติเพื่อนซื้อ 5 ปีแล้วจ่ายครบตลอดระยะเวลา 5 ปีที่คุ้มครอง เพื่อน ๆ ไม่เป็นอะไรเลยก็จะไม่ได้รับอะไรกลับไปเลย ก็คือเหมือนจ่ายแล้วก็ทิ้งแล้วก็จบกันไปนั่นเอง ประกันแบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองระยะเวลาหนึ่ง อย่างเช่นอยากจะได้รับการคุ้มครองชีวิต 5 ปีนี้ และประกันแบบนี้เหมาะกับ คนที่ต้องการจ่ายจำนวนเบี้ยไม่เยอะ เพราะประกันแบบนี้ค่อนข้างมีราคาที่ถูกมาก ถ้าเทียบกับทุนชีวิตที่คุณจะได้คือสำหรับคนที่ต้องการทุนชีวิตที่สูงแต่ต้องการจ่ายเบี้ยไม่มากนัก ประกันแบบนี้จะเหมาะกับเพื่อน ๆ มากเลย

  2. ก็คือประกันตลอดชีพ

    หรือเรียกกันว่า Whole Life นั่นเอง ประกันตลอดชีพเป็นแบบไหน ประกันตลอดชีพจะมีอายุสัญญาว่าให้เพื่อน ๆ จ่ายเบี้ยระยะเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น 10 ปี หรือ 20 ปี และจะคุ้มครองไปจนถึงอายุประมาณ 85 , 99 แล้วแต่แบบประกัน ก็คือจ่ายช่วงระยะเวลาหนึ่ง และคุ้มครองตลอดชีวิตนั่นเอง แล้วมันต่างกับประกันแบบชั่วระยะเวลายังไงล่ะ ข้อที่หนึ่งประกันแบบชั่วระยะเวลาเราจ่ายช่วงหนึ่งคุ้มครองช่วงนึงก็คือจบ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นประกันตลอดชีพเราจะจ่ายช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะคุ้มครองจนถึงอายุที่กำหนดนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือจบจนถึงอายุ 85 , 99 ก็คือเกือบตลอดชีวิตนั่นเอง ถ้าเกิดว่าเพื่อน ๆ เป็นอะไรไป บริษัทประกันก็จะจ่ายทุนประกันให้กับผู้รับผลประโยชน์เลย แต่สมมติเพื่อน ๆ เป็นคนโชคดีอายุยืนอายุเก้าสิบเก้าแล้วก็ยังไม่เสียชีวิต บริษัทประกันก็จะจ่ายทุนให้เหมือนกัน แต่จะจ่ายให้กับเพื่อน ๆ แทน ก็คือเอาเงินคืนให้คุณนั่นเอง บวกกับค่าที่ฝากมาตลอดระยะเวลาให้คุณไปใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นประกันแบบนี้เหมาะกับคนที่อาจจะเป็นหัวหน้าครอบครัว มีภาระที่ต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่หรือลูกหรือว่าภรรยา เกิดว่าตัวเองเป็นไรไปอย่างน้อยคนที่เรารักก็ยังมีเงินจากบริษัทประกันคอยอุดหนุนให้เขายังดำเนินชีวิตต่อไปได้ช่วงนึง เพราะฉะนั้นประกันแบบนี้เหมาะอย่างมากกับคนที่มีภาระแล้วตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัว อย่าลืมซื้อประกันแบบนี้ไว้จะโอนความเสี่ยงได้มากเลยจริง ๆ

  3. ก็คือประกันสะสมทรัพย์

    ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสะสมทรัพย์ก็คือเป็นประกันออมเงินประเภทหนึ่งนั่นเอง จะมีตั้งแต่ระยะสั้น กลาง ยาว ตั้งแต่แบบไม่กี่ปี ยาวไปถึงสามสิบ สี่สิบปีก็มี ประกันแบบนี้ส่วนใหญ่จะมีฟังชั่นพิเศษกว่าประกันสองแบบแรก อาจจะมีเงินปันผลให้ระหว่างทาง ฝากเงินกับเราเรามีเงินปันผลให้คุณ หรือบางแบบก็ไม่มีเก็บไว้กับเรา แล้วก็ได้ผลตอบแทนทบทบไปเรื่อย ๆ แบบนี้เป็นต้น ซึ่งประกันแบบนี้เหมาะกับการวางแผนการออมเงิน อย่างเช่นสมมุติเราจะออมสิบปีและยี่สิบปี เราจะเอาเงินออกมาใช้เพื่อเหตุผลอะไรบางอย่างซึ่งประกันแบบนี้ส่วนใหญ่เราจะได้อัตราผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากธนาคารค่อนข้างแน่นอน แล้วก็มีลายลักษณ์อักษรชัดเจนถ้าเราจ่ายเบี้ยครบเราจะได้ตามนั้น เหมาะกับคนที่ต้องการออมเงิน แล้วก็เหมาะกับการที่คนต้องการลงทุนบ้างแต่ว่ารับความเสี่ยงได้ไม่เยอะ ต้องการรู้ว่าในอนาคตฉันจะมีเงินก้อนนี้ออกมาเป็นจำนวนที่แน่นอน เพราะฉะนั้นประกันแบบนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เพื่อน ๆ ทุกคนควรจะมีเก็บไว้เหมือนกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนในอนาคตและได้ผลตอบแทนที่ตัวเองได้แน่ๆ

  4. ก็คือประกันบำนาญ

    หรือประกันเพื่อการเกษียณนั่นเอง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าบำนาญเพราะฉะนั้นแล้วประกันบำนาญนี้จะมีลักษณะเดียวที่ว่าให้เพื่อนๆ จ่ายเบี้ยไประยะเวลาหนึ่งซึ่งแล้วแต่ว่าระยะเวลาจะเป็นกี่ปี อันนี้ขึ้นกับแบบประกัน แต่ว่าคอนเซ็ปต์เหมือนกันก็คือเมื่อเพื่อน ๆ อายุห้าสิบห้า หรืออายุหกสิบก็คือเป็นช่วงของวัยเกษียณ หลังจากนั้นตั้งแต่ปีที่หลังจากที่ห้าสิบห้าหรือหกสิบแล้วแต่แบบ จะเริ่มได้รับเงินบำนาญทุก ๆ ปี ไปเรื่อย ๆจนกว่าจะเสียชีวิต หรือจนกว่าจะอายุ 85 , 88 แล้วแต่แบบ หลักการคอนเซ็ปต์ก็คือฝากเงิน ฝากไปเรื่อย ๆ จนถึงระยะเวลาที่กำหนด และหลังจากนั้นพอคุณเกษียณคุณก็รับบำนาญเป็นก้อนไป ช่วยเรื่องของการวางแผนเกษียณ ช่วยเรื่องของการบริหารจัดการเงินเพื่อให้เราได้นำไปใช้ชีวิตยามเกษียณนั่นเอง ถ้าเกิดว่าเพื่อน ๆเ ป็นอะไรไปก่อนเกษียณก็จะมีทุนออกมาให้กับผู้รับผลประโยชน์ด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าเพื่อนๆเป็นอะไรหลังเกษียณก็จะมีทุนบวกกับบำนาญที่เหลือส่งให้กับผู้รับผลประโยชน์เหมือนกัน เพราะฉะนั้นประกันแบบนี้เหมาะมากเลยกับการวางแผนเกษียณ เหมาะกับการวางแผนให้ตัวเองมีรายได้เรื่อย ๆ หลังการเกษียณเป็นบำนาญ อย่าลืมดูประกันชนิดนี้ไว้ในเรื่องของการโอนความเสี่ยงของเพื่อน ๆ ด้วยวางแผนดี ๆ ชีวิตจะยั่งยืนแน่นอน

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นความแตกต่างและข้อดีข้อเสียของประกันทั้งสี่แบบ แต่ว่ามีอย่างหนึ่งที่ประกันตรงนี้ทั้งหมดเหมือนกันก็คือสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ นอกเราจะได้โอนความเสี่ยง ได้เรื่องของการส่งต่อมรดกโดยไม่เสียภาษีแล้ว เรายังได้เรื่องการเก็บเงินลงทุนบางส่วน และเราก็ยังได้เรื่องของประโยชน์ทางภาษีด้วยเพราะรัฐบาลสนับสนุน ซึ่งมีเงื่อนไขว่าถ้าอายุกรมธรรม์เกินสิบปีขึ้นไปสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

ถ้าใครที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษีอยู่แล้วหรือว่ามีภาษีเยอะ แทนที่เราจะเสียภาษีเราก็เอามาซื้อประกันเพื่อประหยัดภาษีน่าจะดีกว่า แล้วประกันแบบที่สี่ก็ลดภาษีได้เหมือนกันแต่ว่าจะถูกคิดในอีกรูปแบบหนึ่งก็คือสมมติรายได้เพื่อน ๆ มีเท่าไหร่สามารถซื้อได้แค่ 15% สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ยกตัวอย่างเช่นสมมุติเพื่อนคนหนึ่งมีรายได้ทั้งปีหนึ่งล้านบาท 15% ของหนึ่งล้านบาทก็คือหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท สามารถซื้อประกันนี้ได้ไม่เกินสิบห้าเปอร์เซ็นต์ก็คือซื้อได้ไม่เกินแสนห้า

 

แต่ถ้าเกิดเพื่อนอีกคนหนึ่งมีรายได้สองล้านซื้อได้สูงสุดสามแสน แต่ว่าลดหย่อนภาษีได้แค่สองแสนนั่นเองเพราะฉะนั้นประกันแบบนี้จะถูกนำไปคิดคำนวนรวมกับเรื่องการลดหย่อนภาษีในเชิงของไอเอ็มเอฟ หรือพวกเกี่ยวกับการเกษียณทั้งหลาย ก็ปรึกษาคนที่เป็นนักวางแผนการเงินรอบตัวท่านว่าถ้าเกิดท่านอยากจะซื้อประกันแบบนี้คำนวณภาษีให้หน่อยสิว่าฉันจะลดได้เท่าไหร่

 

ส่วนประกันแบบพิเศษก็ถูกแบ่งออกมาเป็นสองแบบเช่นเดียวกัน

แบบที่หนึ่งประกันชีวิตควบการลงทุนซึ่งหลังจากที่เพื่อนๆจ่ายเบี้ยไป บริษัทประกันจะแบ่งเงินออกเป็นสามกอง กองที่หนึ่งก็คือกองที่นำไปทำทุนชีวิตให้กับเพื่อน ๆก็คือถ้าเพื่อน ๆ เป็นอะไรบริษัทประกันก็จะจ่ายเงินก้อนให้กับผู้รับผลประโยชน์ ส่วนที่สองก็คือเรื่องของค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่าธรรมเนียมการประกัน ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการก็จะถูกหักเป็นส่วนที่สอง และส่วนที่สามนั้นก็คือส่วนที่นำไปลงทุนให้นั่นเอง เพราะฉะนั้นประกันแบบนี้มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงมาก จนถึงขาดทุนแล้วแต่กองทุนที่เพื่อน ๆ เลือกซึ่งสำหรับใครก็ตามที่คิดว่ารับความเสี่ยงได้ และเลือกกองทุนได้ประกันแบบนี้เหมาะมากนะครับในการวางแผนระยะยาว ซึ่งประกันแบบนี้จะถูกแยกออกมาเป็นอีกสองแบบนั้นก็คือประกันยูนิตลิงค์ กับประกันแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์นั่นเอง แล้วสองแบบนี้มันต่างกันยังไงล่ะ อย่างแรกก็คือตัวยูนิตลิงค์จะอนุญาตให้เพื่อน ๆ นำเงินไปลงทุนกับกองทุนที่บริษัทรับรอง อย่างเช่นบริษัทเลือกมาแล้วว่ามีให้คุณเลือกสิบห้ากองทุน และบริหารจัดการโดย บลจ. ที่มีชื่อเสียงคุณสามารถเลือกลงทุนเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นคุณเลือกเลยนี่ก็คือยูนิตลิงค์ ให้เราเป็นคนเลือกผู้ที่จะมาบริหารจัดการแล้วก็ให้เลือกกองทุนด้วยตัวเองนั่นเอง ซึ่งผลตอบแทนก็จะขึ้นกับการบริหารจัดการ หรือสินทรัพย์ที่เราไปลงทุนก็อาจมีตั้งแต่ขาดทุนไปจนถึงกำไรมาก ๆ อันนี้ก็คือยูนิตลิ้งค์

 

ยูนิเวอร์แซลไลฟ์จะต่างกันตรงที่จะเริ่มมีการการันตีขั้นต่ำ ก็คือถ้าเพื่อน ๆ ลงทุนจะได้ไม่ต่ำกว่านี้มีตัวเลขระบุไว้ว่าได้ไม่ต่ำกว่าตรงนี้ ฟังดูอาจจะเหมือนดีกว่าเนาะแต่ว่าบริษัทประกันนะจะเป็นผู้บริหารการลงทุนให้เรานั่นเอง เริ่มแตกต่างกันแล้วเนอะก็คือยูนิตลิงค์เราเลือกกองทุนเองภายใต้ที่กองทุนที่บริษัทเลือกมาให้ แต่ถ้าเกิดเป็นยูนิเวอร์แซลไลฟ์บริษัทจะเป็นคนดูแลเรื่องการลงทุนให้เรานั่นเอง ซึ่งประกันสมัยนี้ยุคนี้ตัวยูนิเวอร์แซลไลฟ์ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้วก็ค่อนข้างจะหาย ๆ ไป เหลือยูนิตลิงค์เป็นหลักเพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจเรื่องของการลงทุนแล้วก็อยากมีทุนชีวิตด้วยลงทุนในระยะยาวได้ ต้องการผลตอบแทนสูงอย่าลืมศึกษาเรื่องของประกันควบการลงทุนไว้

Related Posts

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า
error: ตัวแทนกรุงไทย-แอกซ่า พัฒน์ชญา บุญพุฒ 091-419-6415